ชีวิตคิดบวก

สัมภาษณ์คอลัมน์ “ focus ชีวิต คิดบวก ” ผู้ใหญ่ อรุณ บุญเพ็ชรทอง

                  สำหรับคอลัมน์ “ focus ชีวิต คิดบวก ”ฉบับนี้มาทำความรู้จักกับบุคคลท่านหนึ่ง ที่มีความมุ่งมั่นและมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงต่อสู้ชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการคิดบวก คิดดี ทำดี จากเด็กทำไร่ ทำสวน ทำการเกษตร อาศัยในดินแดนด้ามขวาน และมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จพอสมควร เป็นที่น่าสนใจ และเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่ยังไม่มีจุดยืนของชีวิตและยังมีความคิดแบบติดลบ ตัดพ้อกับชีวิตของตัวเองอยู่ บุคคลที่จะกล่าวถึงในฉบับนี้ก็คือ นายอรุณ บุญเพ็ชรทอง ซึ่งในปัจจุบันท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นาย อรุณ บุญเพ็ชรทอง ได้เล่าว่า ตนเองพื้นเพเป็นชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เกิดเป็นลูกชาวไร่ ชาวสวน ใช้ชีวิตกับการทำเกษตรกรรม มาโดยตลอด     จนกระทั่งเติบโตไปหนุ่มวัยรุ่นได้มีความฝันความมุ่งมั่น อยากจะทำการเกษตรตามที่ตนเองถนัด จนเข้าไปศึกษาในระดับอาชีวะศึกษา ที่ จ.นครศรีธรรมราช ทางด้านวิชาเกษตร จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อ ที่ จ.มหาสารคาม

             เพื่อที่จะต้องการใฝ่คว้าหาความรู้ทางด้านการเกษตร เพิ่มพูน และได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ จ.มหาสารคาม จนจบและได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ของกรมส่งเสริมการเกษตร ในเขต บางเขน กทม. ตามที่ตั้งใจไว้จนกระทั่งมีครอบครัว ทำให้ความคิดที่จะหาความมั่นคงก้าวหน้าที่ไม่หยุดยั้งนี้ ก็จุดประกายความคิดขึ้น เมื่อมีความสนใจในการประกอบธุรกิจรับซื้อของเก่า จึงได้เดินทางไปศึกษาดูงานจากเพื่อนพ้องที่มีกิจการและเชี่ยวชาญพร้อมทั้งได้มาตั้งหลักปักฐานอาศัยอยู่ในจ.สมุทรปราการ จนกลายเป็นชาว จ.สมุทรปราการ เพียงไม่นานนายอรุณ ฯ ก็ได้เปิดกิจการรับซื้อของเก่าเล็กๆมีเพียงพื้นที่แค่ 60 ตารางวา ลงมือทำเพียง 2 คน กับภรรยา ในเวลาว่างจากวันหยุดของงานประจำ โดยทำควบคู่กันไปกับงานประจำ ก็เพื่อให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยากให้บุตรได้รับการศึกษาชั้นสูงสุด และเมื่อเริ่มมีรายได้จากการรับซื้อของเก่า เช่น เศษกระดาษ เศษเหล็ก ขวดแก้ว และพลาสติก

            จนเห็นเม็ดเงินจากรายได้ของกิจการนี้ขึ้นมา ทำให้เริ่มมีพลังต่อสู้เดินหน้าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและเป็นโชคดีของนายอรุณฯที่ได้คิดบวกมีความขยันขันแข็งอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค ในการทำงานจนสามารถได้รับโอกาสที่ดีจากโรงงานผลิตนมพร้อมดื่มแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ให้เข้าไปรับบรรจุภัณฑ์ที่เหลือใช้ ซึ่งมีน้ำหนัก 2-3 ตันต่อวัน เพื่อนำออกมาจำหน่ายส่งต่อให้กับโรงงานที่รับซื้อของเก่าอีกทอดหนึ่ง จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สามารถตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสจากโรงงานอุตสาหกรรม หลายแห่ง ให้ได้เข้าไปประมูลของเก่าออกมา สามารถขยายกิจการได้ จนกระทั่งมีเนื้อที่ก่อตั้งโรงงานรับซื้อของเก่าเป็นของตนเอง มีพื้นที่ถึง 240 ตารางวา และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตการเป็นลูกจ้างประจำของกรมส่งเสริมการเกษตร ความฝันที่เคยมุ่งมั่นอยากเป็นนักเกษตร ก็ต้องหยุดลงไป และเดินหน้าประกอบธุรกิจรับซื้อของเก่าอย่างเต็มตัว จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ด้วยความที่นาย อรุณ ฯ เป็นชาวใต้ที่มีความขยันมั่นเพียร เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เป็นคนมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนเป็นที่เคารพรักใคร่ของคนในชุมชนนารถสุนทร และมักจะมีชาวบ้านเข้ามาขอคำปรึกษา ขอความช่วยเหลืออยู่เป็นประจำ นายอรุณ ฯก็มีความยินดีที่จะให้การช่วยเหลือต่อคนในชุมชนเสมอมาและไม่ได้คิดหวัง หรือคาดฝันว่าตนเองจะต้องมาลงสมัครเป็นนักการเมืองท้องถิ่นแต่อย่างใด

              จนกระทั่งอดีตผู้ใหญ่บ้านท่านเดิม ได้หมดวาระลงจึงมีชาวบ้านเล็งเห็นความสำคัญและความสามารถในตัวของนายอรุณฯว่าสามารถเป็นผู้นำชุมชนได้ จึงได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และเมื่อได้รับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเต็มตัวแล้ว นายอรุณฯ ก็เดินหน้าทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ให้สมกับที่ชาวบ้านพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจ และก็ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะต้องนำทรัพย์สินเงินทองส่วนตัว มาใช้สอยเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบางส่วนก็ตาม ถือเป็นการเสียสละทั้งเวลา และทรัพย์สินเงินทองเพื่อนำมาพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของชุมชน

             อีกทั้งยังได้มีการขอความร่วมมือกับประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน และประชาชนโดยการจัดทำประชาพิจารณ์ ทำความเข้าใจ และแน่นอนว่าการทำงานด้านพัฒนาชุมชนด้วยการคิดบวก ย่อมมีผู้ที่คิดลบต่อต้านต่อการทำงานของ นายอรุณฯแต่ก็ไม่ได้เกิดความย่อท้อหรือน้อยใจต่อการทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านแต่อย่างใด แต่กับตรงกันข้ามยิ่งมีคนคิดลบ ตนเองก็ยิ่งทำให้เห็นว่าการคิดบวกตลอดเวลานั้น ย่อมเอาชนะกับปัญหาอุปสรรคทั้งปวงได้เสมอ จึงได้มีการลงพื้นที่สำรวจประชากรประชาชนในชุมชนอย่างสม่ำเสมอและมองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จนความคิดที่เคยคิดลบและเกิดอคติต่อต้านในตัวของนายอรุณฯนั้นก็ค่อยๆเลือนหายไป และหันมาให้ความร่วมมือสามัคคีกันในหมู่ชุมชน ไม่ว่าทางด้านรัฐบาล,กระทรวงต่างๆ,จังหวัดสมุทรปราการ,และ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จะมีคำสั่งการเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นชุมชนรูปแบบใด นายอรุณฯก็จะนำมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนในชุมชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

           นอกจากนี้ยังได้ให้การช่วยเหลือผู้ที่ว่างงานในวัยหนุ่ม-สาว ให้ได้ประกอบอาชีพ โดยการประชาสัมพันธ์ไปยัง แรงงานจังหวัด,จัดหางาน,นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งหากมีบริษัทและโรงงานประกอบกิจการที่ใดต้องการรับอัตราจ้าง จากผู้ใช้แรงงาน ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านได้รับทราบข้อมูลผ่านเสียงตามสายและได้ติดตามประเมินผลสำรวจว่ามีประชาชนในชุมชนยังเป็นผู้ว่างงานเหลืออีกเท่าใด ก็พยายามที่จะผลักดันให้มีงานทำ จะได้ไม่เกิดปัญหามีผู้ว่างงาน  อีกทั้งยังได้แก้ปัญหาให้กับผู้สูงวัยที่ขาดรายได้จุลเจือครอบครัว ให้ได้รับอาชีพโดยการจัดฝึกอาชีพ การทำอาหาร การทำขนม และให้จัดตั้งกลุ่มพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน ซึ่งล่าสุดได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากภาครัฐ จึงได้จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องทำเส้นขนมจีน และขอความร่วมมือจากชาวบ้านที่ทำเป็นอาชีพอยู่แล้วมาฝึกสอนแบบตัวต่อตัว เพื่อให้ทำได้อย่างชำนาญ

           พร้อมทั้งเสาะหาตลาดเพื่อนำส่งผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่ทำขึ้นให้เกิดรายได้สามารถนำไปดูแลครอบครัวได้ สำหรับแนวความคิดที่เป็นคติเตือนใจให้กับนายอรุณฯนั้น ก่อนอื่นต้องรักครอบครัวของเราเองให้มาก ให้คิดบวกอยู่ตลอดเวลาว่าในวันนี้เราทำอะไร ทำดีหรือยัง ทำถูกต้องหรือไม่ อาจมีการผิดพลาดบ้างแต่ต้องคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนรอบด้าน หากทำผิดเราควรที่จะหยุดยั้ง และถอยมาสักหนึ่งก้าวเพื่อที่จะตั้งหลักเดินหน้าวางแผนทำอย่างถูกต้อง ไม่ฝืนทำสิ่งที่ไม่ใช่ ไม่เหมาะสมกับตัวเรา ความเชิ่อมั่นและความชอบทำเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ให้เดินหน้าทำในสิ่งที่ชอบและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การคิดลบนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทีเดียว แต่ให้ถือว่าเป็นการพิจารณาไตร่ตรองว่าสิ่งที่เราทำนั้นดีหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ อย่ามัวแต่คิดแต่เรื่องที่แย่ๆให้คิดบวกไว้เสมอ เมื่อคิดบวกแล้วจงรีบลงมือทำ อย่าท้อถอย เมื่อผ่านอุปสรรคไปได้ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน

 

                                                                                                                          ยืนยง ขุมทองกระจ่าง รายงาน

Visitors: 43,683