ชีวิตคิดบวก ยืนยง ขุมทองกระจ่าง

คอลัมน์ " Life is positive ชีวิต คิดบวก " สำหรับฉบับเดือนพฤษภาคม นี้ถือเป็นฉบับพิเศษ ที่ตัวเจ้าของคอลัมน์ จะนำเรื่องราวประสบการณ์และข้อคิดดีๆมาถ่ายทอดให้กับคนที่สิ้นหวังและยังมองหาจุดยืน ของตนเองอยู่ ให้ได้เริ่มจุดประกายแนวคิดใหม่ให้กับชีวิตความเป็นอยู่ ตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย และยังเจริญเติบโตมากับวัดวาอาราม เรียกสั้นๆว่า " เด็กวัด " อาศัยข้าวก้นบาตรล่อเลี้ยงชีวิตมากว่า 10 ปี แต่ได้ประสบการณ์ที่ได้รับจากพระสงฆ์ผู้อุปการะเลี้ยงดูค้ำชูชีวิตผม นั่นก็คือปู่แท้ๆของผมเอง ซึ่งท่านได้เป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาจิต เมตตาธรรม ที่สูงมากรูปหนึ่ง เลี้ยงดูกล่อมเกลาจิตใจของผมให้อยู่ในศีลธรรม ได้อบรมสั่งสอนทั้งกิริยามารยาท ประพฤติตน ให้อ่อนน้อม นอบโน้ม และดำรงค์ตนไว้ในความไม่ประมาท รู้จักการให้ด้วยเมตตาจิต รู้จักแยกแยะความผิดชอบ ชั่วดี  เพื่อภายภาคหน้า จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญู่้ที่ดี จนกระทั่งผมเองนั้น เติบโตและอย่างก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ก็ระลึกนึกถึงคำสั่งสอนของหลวงปู่มาโดยตลอด ถึงแม้ว่าบิดา มารดา ผมจะไม่ได้เลี้ยงดูผมอย่างสม่ำเสมอก็ตาม ทั้งที่เป็นบุตรคนเดียวของบิดารมารดา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจ แต่กลับดูแลบิดามารดา ได้อย่างเต็มที่ถึงแม้จะเป็นเพียงระยะสั้นๆก็ตาม จนกระทั่งท่านทั้ง 2 จากผมไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทำให้ตัวเองผมเองต้องใช้ชีวิตที่ยืนหยัดด้วยลำแข้ง ของตนเองมาโดยตลอด ครึ่งชีวิตของผมได้ย่างก้าวมาอยู่ในอาชีพสื่อมวลชน มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี และยึดมั่นในอุดมการณ์ จรรยาบรรณ ของวิชาชีพ มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต แรกๆก็อาจจะทำให้เราไขว่เขว ยังไม่รู้จะตั้งหลักชีวิตอย่างไร จนกระทั่งมีคำพูดของภรรยาที่เป็นคู่คิดของผมได้เตือนสติและให้หาจุดเปลี่ยนของชีวิตให้เจอ ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆที่ไม่ทำให้เราก้าวหน้า หรือสิ่งที่เราเคยก้าวพลาด จนกระทั่งเราพยายามหาจุดยืน จุดเปลี่ยน กับอาชีพที่เราไม่เคยทำ และไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่เราก็ได้ลอง ได้ลงมือทำ ในสิ่งใหม่ๆถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เห็นผลสำเร็จในเร็ววันทันตาเห็น แต่ก็ถือได้ว่าเราลงมือทำมันอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ และเราจะได้รับผลสำเร็จขั้นสูงสุดในภายภาคหน้าได้ไม่ยาก และในโอกาสนี้ผมมีข้อคิดดีๆจากผู้สร้างละครจอแก้วยอดฮิตเรื่องหนึ่งมาถ่ายทอดให้กับหลายๆคนได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างกำลังใจให้กับตัวเราเองและครอบครัว สำหรับ 10 ข้อคิดดีๆ มีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ

1.คนที่ ”น่าอิจฉาที่สุด“ คือ ”คนที่ไม่อิจฉาใครเลย“ มันเป็นเคล็ดลับความสุขง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกัน

2.ทุกอย่างบนโลกใบนี้ เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว”ถ้ามันดี“  ให้มีความสุขกับมัน เพราะมันจะอยู่กับเราได้ไม่นาน”ถ้ามันไม่ดี“ อย่าไปกังวลกับมัน เพราะมันจะอยู่กับเราไม่นานอีกเหมือนกัน

3.เวลาโกรธ หรือโมโหใคร อย่าไปด่าเขา เพราะเมื่อความโกรธหายไป แต่คำด่ายังจำฝังใจ

4.ทุกวินาทีที่หายใจอยู่ คือโอกาสของชีวิต อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ และอย่าแคร์สายตาใคร หายใจด้วยจมูกของเราเอง ยืนด้วยลำแข้งของเราเอง

5.ไม่ยุ่งกับชีวิตคนอื่น ไม่ขัดความสุขคนอื่น ไม่คิดแทนคนอื่น ไม่อิจฉาคนอื่น ไม่ดูถูกคนอื่น

6.จงอย่าอิจฉาคนอื่น และจงอย่าใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา แต่จงใช้ชีวิตเพื่อให้คนอื่นเคารพรักและนับถือ

7.ไม่ว่าจะมีใครหายไปจากชีวิตเรา แต่เวลาก็ยังคงเดินต่อไปตามเดิม และเวลาก็สอนให้เราได้รู้ว่า ระหว่างที่เรามีเวลาอยู่นั้น เราควรจะดูแลรักษาคนที่เรารักอย่างไร เพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อเขาจากไป เราจะไม่เสียใจเพราะได้ทำดีที่สุดแล้ว

8.ความสุขแม้จะอยู่กับเราไม่นาน แต่ความทรงจำที่ดีจะอยู่กับเราตลอดไป อยากมีความทรงจำดีๆ ก็จงให้สิ่งดีๆกับผู้อื่น

9.บางครั้งเราไม่ต้องคิดว่า ”เราจะได้อะไรจากสิ่งที่เราทำ?“ แค่ทำแล้วมันสุขใจ.. มันก็คือกำไรของชีวิตแล้ว

10.ชีวิตคนเรามี 3 วัน”เมื่อวาน“ เราใช้ไปแล้วเอามาใช้ไม่ได้”วันนี้“ เรากำลังใช้อยู่และใช้ได้แค่ครั้งเดียว”พรุ่งนี้“ ยังมาไม่ถึง และไม่รู้ว่าจะได้ใช้มั้ย

เพราะฉะนั้น หากวันนี้เรายังมีโอกาสใช้ ก็เลือกทำในสิ่งที่ดี และสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข

 

ยืนยง ขุมทองกระจ่าง รายงาน

Visitors: 44,719