ร้องสื่อมวลชน

ร้องสื่อมวลชน คนร้ายงัดหน้าต่างลักทรัพย์ในสนง.มูลค่ากว่าแสนหลบหนีลอยนวล

              น.ส.น้ำฝน  สุรจิตตาภรณ์ อายุ 39 ปี ผู้จัดการบริษัท สกุลวิศว์ กรุ๊ป จำกัด  ได้หอบภาพกล้องวงจรปิดเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 4 คน ได้ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ 4 ประตูยกสูงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าลักทรัพย์มูลค่ากว่า 1 แสนบาท ภายในสำนักงานของบริษัท สกุลวิศว์ กรุ๊ป จำกัด สาขาบางปู ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 886 หมู่ 4 ถนน ตำหรุ-คลองเก้า ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งป็นบริษัทให้เช่าอุปกรณ์เครื่องมือก่อสร้าง  ไปโดยมีกล้องวงจรปิดของหอพักที่อยู่ติดกันบันทึกภาพรถของผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่มีความกระตือรือร้น ปล่อยให้ตนซึ่งเป็นผู้เสียหาย ต้องมาหาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงและเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายให้

          น.ส.น้ำฝน ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมาตนได้ทำการใช้กุญแจล็อคลิ้นชักโต๊ะทำงานซึ่งภายในเก็บเงินสดไว้กว่า 2 หมื่นบาท และบนโต๊ะทำงานก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเอาไว้คีย์ข้อมูลลูกค้าและบันทึกเอาไว้จำนวน 2 เครื่องวางอยู่ ก่อนที่ตนจะทำการล็อคประตูทางเข้าสำนักงานด้วยแม่กุญแจอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่ตนจะกลับไปที่พักย่านอำเภอบางบ่อ และสำนักงานแห่งนี้ยังมีประตูเหล็กม้วนปิดล็อค ด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายเอกชัย จรูญเรื่อง อายุ 21 ปี หัวหน้าคนงานของบริษัทจะต้องมาปิดล็อค แต่บังเอิญในช่วงเย็นของวันนั้น นายเอกชัย ไม่ได้ล็อค เนื่องจากตนเอาลูกกุญแจติดตัวมาด้วย จึงรูดปิดลงมาเฉย ๆ โดยไม่ได้ล็อค  จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 8 กรกฎาคม นายเอกชัย ได้เดินทางมาถึงบริษัทก่อนได้พบว่าประตูเหล็กม้วนหน้าห้องสำนักงาน ถูกเปิดอ้าอยู่ จึงรีบเข้าไปดูภายในสำนักงานพบว่ามีทรัพย์สินหายไปหลายรายการจึงรีบโทรแจ้งตนและรีบเดินทางมา ได้พบว่าประตูทางเข้าสำนักงานยังคงปิดล็อคแม่กุญแจอยู่ แต่หน้าต่างกระจก  เปิดอยู่และมีร่องลอยการงัดแงะ โดยมีเก้าอี้นั่งซึ่งปกติจะอยู่ในห้องสำนักงาน มาตั้งวางอยู่ด้านนอกริมหน้าตางบานที่เปิดอยู่ โดยที่บนเก้าอี้ตัวดังกล่าวมีรอยเท้าของผู้ก่อเหตุที่เปื้อนฝุ่นติดอยู่ และที่รั้วลวดหนามด้านหน้าบริษัทถูกคนร้ายใช้คีมตัดเหล็กตัดขาดไปจำนวน 4 เส้นก่อนที่จะมุดเข้ามาก่อเหตุด้านใน

          จึงรีบไขกุญแจเปิดประตูสำนักงานเข้าไปตรวจสอบภายในพบว่าคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องของบริษัท ที่เอาไว้เก็บข้อมูลลูกค้ามูลค่ากว่า 9 หมื่นบาทที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานได้หายไป และลิ้นชักที่เก็บเงินสดเอาไว้กว่า 2 หมื่นบาทที่ใส่สายยูล็อกกุญแจเอาไว้ ถูกคนร้ายใช้ไขขวงงัดจนไม้ที่ปิดหน้าลิ้นชักหลุดออกมาทั้ง ๆ ที่แม่กุญแจยังล็อกอยู่ เงินสดกว่า 2 หมื่นบาทที่เก็บไว้ในลิ้นชักได้หายไปพร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือของบริษัทที่เอาไว้ติดต่อลูกค้าและเก็บไว้ในลิ้นชักเดียวกันได้หายไปด้วย โดยคนร้ายได้ทิ้งไขยวงแบบแบนที่นำมางัดลิ้นชักว่างไว้บนเก้าอี้ในสำนักงานไว้ให้ดูต่างหน้า แต่พอไปแจ้งตำรวจ กลับทำเหมือนนิ่งเฉยไม่มีการหาข้อมูลเพิ่มเติม ปล่อยให้ตนซึ่งเป็นผู้เสียหายต้องดิ้นรนไปหาภาพจากกล้องวงจรปิดที่หอพักที่อยู่ติดกันซึ่งบันทึกภาพรถของคนร้ายและรูปร่างลักษณ์ของคนร้ายที่มาร่วมกันก่อเหตุเอาไว้ได้ และภาพกล้องวงจรปิดของทางเทศบาลที่ติดอยู่รายทางซึ่งคนร้ายใช้หลบหนี

          ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนใจในคดีนี้บ้าง ถึงแม้ว่ามูลค่าความเสียหายมันจะไม่มากนัก แต่มันก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ว่าจะถูกก่อเหตุในลักษณ์นี้เมื่อไหร่ อยากให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

 

Visitors: 50,811