พ่อพาลูกชายทุบรถการท่าเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

 จากกรณีเหตุการณ์คลิปที่มีชายรูปร่างอ้วนซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว แคมรี่ ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ทางด้านฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH 2 ซึ่งเป็นทางเข้าโดยที่ไม่รับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่ มุ่งหน้าเข้าไปจอดที่หน้าอาคาร GE   ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ ใช้มือทุบทำรถกระบะสายตรวจของการท่าได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

         ต่อมาเมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 23 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ รปภ. ท่าอากาศสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเพิ่มเติมพนักงาน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายกิตติพงษ์  กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 เดินทางมาร่วมรับฟังการให้ปากคำของพนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่มีคนเมาสุราเข้ามา ตั้งแต่คืนวันนี้ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ดูในข้อกฎหมายแล้ว เราจะแจ้งความใน 2 ข้อกฎหมาย ประกอบด้วยในเรื่องบุกรุกในยามวิกาลพื้นที่ของท่าอากาศยาน ส่วนอีกอันเป็นการละเมิดการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคดีอาญาทั้งสองอัน แต่ในส่วนของบริษัท ASM  ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งรถยนต์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของชายคนดังกล่าว ทางบริษัทก็ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้วอีกกรณีหนึ่ง

                และตนได้ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า ในวันนี้ทางผู้กระทำความผิดจะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหาย และพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี ซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสาวนทราบหมดแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ตอนนี้ก็รอให้เขามาพบพนักงานสอบสวน คนก่อเหตุเท่าที่ทราบไม่มียศไม่มีตำแหน่งอะไรทั้งนั้นเป็นพลเรือน แต่เป็นนักธุรกิจ

                ซึ่งจริง ๆ เราก็อยากจะทราบว่าเขามีเหตุอันใดที่ต้องเข้าไปในเขตคลังสินค้าในช่วงกลางดึกของคืนวันที่เกิดเหตุ เพราะว่าเราเห็นจากภาพแล้วว่าคนผู้นี้ขับรถเลยไปแล้วแต่ถอยหลังกลับเข้ามาและก็เข้าพื้นที่ไป เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในตู้ ซึ่งมีหน้าที่ ที่จะต้องส่งบัตรให้กับคนที่จะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เพราะทุกที่ต้องมีการรับบัตรก็ยื่นบัตรให้แต่รถคันดังกล่าวก็วิ่งผ่านไป ก็เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ที่จะต้องรีบแจ้งไปที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยว่า มีรถวิ่งผ่าเข้าไปในพื้นที่คลังสินค้าในเวลาตีสอง ซึ่งเป็นยามวิกาล เป็นสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนผู้นี้ ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปห้ามเขา

                โดยเจ้าหน้าที่คนแรกที่ไปพบกับเขาก็แจ้งว่าให้ย้อนกลับไปรับบัตร แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่พอใจ จนเจ้าหน้าที่เวรของการท่าทราบข่าวจึงได้ลงร่วมเจรจา แต่ก็ได้รับคำตอบแบบท้าทายโดยใช้คำหยาบ และเท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ที่เข้ามาก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาสุรามาก และเมื่อช่วงหัวค่ำของวานนี้ทางบิดาของผู้กระทำผิดก็ได้โทรศัพท์เข้ามาขอโทษเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งบอกว่าพร้อมที่จะพาเจ้าตัวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและพร้อมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเจ้าหน้าที่ต้องปล่อยตัวกลับไป ซึ่งปกติเราจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้ขับรถออกไปแน่นอน แต่บังเอิญชายคนนี้มีพ่อมารับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่จับกุม ตรงนี้เราถือว่าการกระทำตรงนี้เป็นการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นอน ก็อยากให้เป็นอุทาหร สำหรับคนที่เมาสุราแล้วไมได้สติและก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

         ด้าน พ.ต.อ.พิจิตร  อังศุภานิช ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  กล่าวว่า เบื้องต้นเท่าที่สอบปากคำทราบว่าเข่าข่ายความผิด บุกรุกในพื้นที่ของท่าอากาศยาน และก็ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและอาจมีข้อหาเพิ่มอีก เช่นการก่อความเดือดร้อนรำคาญหรือส่งเสียงอื้ออึง ซึ่งก็มีข้อหาหลัก ๆ ประมาณนี้ ซึ่งเราคงต้องตรวจสอบในทุก ๆ อย่าง พฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องเราก็ตรวจสอบ ซึ่งพฤติกรรมก็ปรากฏตามคลิปที่เห็น ซึ่งในเรื่องความมึนเมาเราก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรชัดเจนมากนัก แต่ดูจากพฤติกรรมและลักษณะทั่วไปก็พอที่จะสันนิษฐานได้บ้าง

         ล่าสุดในเวลา 15.00 น. นายวัฒนา ศุริยะพงษ์ พ่อของ นายพศวัต ศุริยะพงษ์ ได้บุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยนายวัฒนา ผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่า วันนี้ได้พาบุตรชายเข้าพบตำรวจ เพราะเห็นว่าบุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว และมานั่งดื่มสุราที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปกติลูกชายตนจะมีคนขับรถให้เสมอ แต่ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถได้กลับบ้านก่อนปล่อยให้ลูกของตนขับรถเองจนมากก่อเหตุดังกล่าว  แต่การกระทำของลูกชายตน ซึ่งขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชายตามแบบฉบับของตน ต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย มี และ แสดง ประพฤติกรรมในทางที่ผิด ขณะที่ นายพศวัตก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริง และ ขณะเกิดเหตุก็อยู่ในอาการเมาสุรา 

         ล่าสุด พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างสอบปากคำ นายพศวัต และ ผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ เบื้องต้น มีการแยกแจ้งความเป็น 2 ส่วน โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าแจ้งความในข้อหา บุกรุกยามวิกาล รวมทั้ง ละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ท่าอากาศยานฯ ขณะที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในส่วนของบริษัทผู้รับสัมปทาน หรือ outsource ก็แจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหา ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามคลิปภาพที่ปรากฏต่อไป 

     จากการสอบถาม พ.ต.ต.กฤช  คุณเวช พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ทราบว่าเบื้อต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง ข้อหา 1,บุกรุกยามวิการ 2,ทำให้เสียทรัพย์ 3,ทำร้ายร่างกาย และ 4, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ในชั้นการสอบสวน นายพศวัต ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าว

 

Visitors: 51,666