น้ำดื่มโครงการประชารัฐน้ำดื่มคุณภาพคว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด

                น้ำดื่มถือเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตคนเรา ที่จะขาดไม่ได้ และน้ำดื่มที่สะอาดผ่านขั้นตอนที่ได้มาตรฐาน ก็เป็นที่ต้องการของประชาชน ที่ต้องการน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ตรงนี้จึงเป็นการจุดประกายให้กับนางเบญจวรรณ์ จารุเพ็ญพูลผล ที่ได้รวบรวมสมาชิกและทำเรื่องเสนอต่อรัฐบาลเพื่อของบประชารัฐเพื่อมาทำโครงการดังกล่าว จนประสบความสำเร็จ และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ1 ของจังหวัดสมุทรปราการ มาครอง   

                นางเบญจวรรณ์  จารุเพ็ญพูลผล ประธานสถาบันการเงินชุมชนบ้านบางพลี หมู่ 9 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นประธานโรงผลิตน้ำดื่มประชารัฐบ้านบางพลี โดยผลิตน้ำดื่มใช้ชื่อว่า "เมล็ดฝน"

                นางเบญจวรรณ์ จารุเพ็ญพูลผล ประธานโรงผลิตน้ำดื่ม "เมล็ดฝน" ที่ได้ของบประมาณจากประชารัฐ มาดำเนินการ จนประสบความสำเร็จ ได้กล่าวว่า ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้มีโครงการนี้ขึ้นมา และได้จัดสรรงบประมาณให้เรา ให้กับชุมชนต่างๆทั่วประเทศ ในส่วนของบ้านบางพลี เราได้งบประมาณในรอบแรกที่ทางรัฐบาลจัดสรรมาให้จำนวน 5 แสนบาท ตั้งแต่ปี 2559 และได้มาทำโครงการในเรื่องของโรงงานผลิตน้ำดื่มให้กับชุมชน ซึ่งคิดว่าโรงผลิตน้ำดื่มนั้นมีความจำเป็น สำหรับชุมชนในหมู่ 9 ของเรา เนื่องจากมีหมู่บ้านจัดสรร จำนวนเยอะมาก และมีประชากรเยอะ ก็น่าจะเป็นปัจจัย4ในการดำรงชีพ จึงได้ร่วมกับ นายเฉลิมพล เรืองฤทธิ์ ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9ตำบลบางพลีใหญ่ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของโครงการดังกล่าว และนายพินิจ สีทอง ตำแหน่ง ประธานกรรมการหมู่บ้านนิฤบลวิล และรองประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน ทำหน้าที่ในการดูแล โรงน้ำดื่มประชารัฐทำโครงการนี้นำเสนอต่อรัฐบาล

                เมื่อได้งบประมาณในรอบแรก ก็ได้สร้างอาคารโรงผลิตน้ำดื่ม โดยตั้งอยู่บนที่ดินจัดสรรที่ให้กับคณะกรรมการนิติบุคคลดูแล ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าเช่า โดยนายพินิจ สีทอง ได้อนุญาตให้แล้ว จากนั้นก็ได้ทำเรื่องของบโครงการประชารัฐรอบที่สอง จำนวน 2 แสนบาท รวมเป็น 7 แสนบาท แต่ก็ยังไม่พอในการดำเนินการ ทำโรงน้ำดื่มได้อย่างสมบูรณ์ จึงได้ดึงงบกำไรของกองทุนหมู่บ้าน ของสถาบันการเงินชุมชนบ้านบางพลี ยืมมา 5 แสนบาท เราใช้คืนไปแล้ว 1 แสนบาท ก็จะเหลือ 4 แสนบาท รวมทั้งสิ้นในการใช้งบประมาณดำเนินการโรงงานผลิตน้ำดื่มจำนวน ล้านกว่าบาท

            นางเบญจวรรณ์ จารุเพ็ญพูลผลยังได้กล่าวอีกว่า ได้ใช้เวลาดำเนินการตั้งแต่ ปี 2560 เป็นต้นไป เมื่อสร้างเป็นอาคารเสร็จแล้ว ก็ซื้อเครื่องจักร รวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็ สามารถเริ่มผลิตน้ำดื่มให้กับชุมชนได้ โดยในแต่ละเดือน ผลิตได้ประมาณ 1พันแพค และค่อยๆเขยิบมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันผลิตได้ จำนวน 3พันแพค หรือ 3,000 โหล

                น้ำดื่มของเราเป็นน้ำดื่มที่มีคุณภาพ เป็นน้ำที่ผ่านขบวนการ RO และผ่านรังสียูวี รวมทั้งได้รับอย.จากสาธารณะสุขจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อน้ำดื่มของเรามีคุณภาพ ก็จึงได้นำเสนอลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในชุมชน ซึ่งมีประชาชนพักอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งตำบลบางพลี กรุงเทพ และต่างจังหวัด เนื่องจากเราได้ทดลองให้กับลูกค้าก่อน และเสนอราคา ซึ่งกลไกทางตลาดเราต้องแข่งขัน        กับน้ำที่มีแบรนด์ยี่ห้อดังๆ แต่เนื่องจากเราเป็นน้ำของชุมชน ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก จึงสามารถทำราคาให้ต่ำกว่าแบรนน้ำดื่มยี่ห้ออื่นๆได้

                โดยขวดน้ำขนาด350ml 1 แพค จะมีจำนวน 12 ขวด จำหน่ายในราคา 35 บาทเท่านั้น ถ้าขนาด 600ML เป็นแพคกลาง จำนวน 12 ขวด  จำหน่ายในราคา 40 บาท และยังมีอีกรุ่นคือ1.5 ML ก็จำหน่ายในราคา 40 บาทต่อแพคเช่นกัน แต่ 1 แพคจะมี 6 ขวด และได้จัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้า โดยจัดทั้ง 3 รุ่น 3 ขนาด คือขาย 3 แพค ราคา100 บาท ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก

                ประธานโรงผลิตน้ำดื่มประชารัฐบ้านบางพลี  ได้กล่าวอย่างต่อเนื่องว่า รายได้ที่เข้ามาต่อเดือนประมาณ 1 แสนบาท ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ว่าในส่วนของต้นทุนการผลิต และค่าวัสดุต่างๆที่เราได้จัดซื้อ ตรงนี้ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง รวมทั้งค่าแรงด้วย ซึ่งเรามีกำลังการผลิตค่อนข้างน้อย เนื่องจากเราใช้เครื่องจักรชนิดธรรมดาในส่วนรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือนนั้น แบ่งเป็นส่วนของค่าจัดซื้อประมาณ 50% ในส่วนของค่าแรงประมาณ 30% นอกจากนั้นก็มีค่าน้ำ ค่าไฟ ต่างๆ ก็จะเหลือประมาณ 10% เท่านั้น จากตรงนั้นก็นำมาเป็นทุนหมุนเวียน แต่หากเรามีกำลังการผลิตสูง ก็น่าจะมีเงินกำไรเหลือมากขึ้น แต่หากเป็นไปได้อยากให้ภาครัฐ สนับสนุนเพื่อจะจัดซื้อเครื่องจักรกลอัตโนมัติ

                ก็คาดหวังว่าในอนาคตจะได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากเรามีผลงานดี ภาครัฐก็น่าจะเข้ามาสนับสนุนเรา ถ้าขยายกิจการได้ เราก็จะลงเครื่องจักรที่เป็นอัตโนมัต แล้วจะเพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้นต่อวัน ทำให้ลดต้นทุนในการผลิตได้ เมื่อมีผลกำไรมากขึ้น ก็จะสามารถนำกลับมาคืนให้ชุมชนได้อีกด้วย              เช่นในเรื่องของสวัสดิการให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมอะไรต่างๆ ทางโรงงานของเราน้ำดื่มตราเมล็ดฝน ก็จะมีการสนับสนุนในเรื่องน้ำดื่มฟรี ทั้งงานในชุมชน หรืองานประเพณีต่างๆ  หรือทำบุญที่วัดต่างๆโดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่9 ช่วยหาลูกค้าให้ เช่นตามโรงพัก อำเภอ และงานต่างๆก็จำหน่ายในราคาพิเศษ       

                ถ้าหากทางภาครัฐได้เห็นผลงาน ว่าเราได้ทำจริงและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ก็อยากจะได้งบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งทราบว่าทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณในภาพรวมระดับตำบลที่มีผลงานที่ดี ก็จะให้งบประมาณมาจำนวนหนึ่ง หากได้ตรงนั้นมาก็จะนำมาบริหารจัดการเครื่องจักรกล ที่เป็นเครื่องจักรกลอัตโนมัติ มีกำลังการผลิตสูง ตรงนี้จะมาช่วยในเรื่องของการลดค่าแรงได้ ซึ่งปัจจุบันได้ใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่

                                รางวัลที่ได้รับคือ รางวัลชนะเลิศประเภทของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มประชารัฐ รางวัลที่ 1 ของจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี 2562 ได้รับเมื่อวันที่ 10 มกราคม จากนายกรัฐมนตรี และรางวัลที่น่าภาคภูมิใจอีกรางวัล คือได้รับโล่จากสคบ. ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มในระดับประเทศ

                ในสมุทรปราการมีผู้ทำน้ำดื่มชุมชนประมาณ 10 กว่าแห่ง แต่ในส่วนที่ได้รับอย. หรือการรับรองจากสาธารณสุขมีประมาณ ไม่เกิน 5 แห่ง ซึ่งตรงนี้ถือว่ายากมาก เพราะต้องรักษาคุณภาพด้วย คืออย.จะให้ 3 ปีแล้วจะต้องต่อใบรับรอง เพราะน้ำดื่มเป็นสิ่งที่ต้องสะอาด และถูกหลักอนามัย

            น้ำดื่มถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต เพราะร่างกายจะขาดน้ำไม่ได้ ดังนั้นน้ำที่ผ่านขั้นตอน ที่สะอาดเหมาะสมกับการบริโภคนั้น จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ตลาดการแข่งขันด้านน้ำดื่มมีจำนวนมาก ดังนั้นต้องมีกุลยุทธทางการค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจน้ำดื่มที่ออกมาสู่ตลาดใหม่ๆนั้น และยิ่งเป็นน้ำดื่มชุมชนด้วยแล้ว ต้องอาศัยความสามัคคีของสมาชิก รวมทั้งคุณภาพน้ำที่ดีมีคุณภาพและราคาถูก ก็เชื่อว่าประชาชนก็จะให้ความสนใจอุดหนุนสินค้าดีมีคุณภาพและราคาไม่แพงอย่างน้ำดื่ม"เมล็ดฝน" ของโครงการประชารัฐ อย่างแน่นอน

               

Visitors: 51,666