ผบช.ท่องเที่ยวแถลงการกวาดล้างอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว

ผบช.ท่องเที่ยวแถลงการกวาดล้างอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว        

          เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุม โรงแรม ดิวาลักซ์ รีสอร์ต แอนด์สปา  อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.คัชชา  ธาตุศาสตร์  พล.ต.ต.อังกูร  คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ  รวมถึงสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มบุคคลต่างชาติที่แฝงตัวในรูปแบบนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย  ประกอบกับวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562   มีการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ ประเทศไทย   ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ผลการระดมกวาดล้าง สามารถจับกุมได้          จำนวน 723 คดี  ผู้ต้องหาจำนวน 766 คน  

          โดยมีคดีที่นาสนใจและส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจำนวน 6 คดี ได้แก่ การจับกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ โดยจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเกาหลีใต้ที่ร่วมกันกระทำความผิด ได้จำนวน 13 ราย ในฐานความผิด  ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันทายผลกีฬาต่างประเทศ (การพนันออนไลน์) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต  และมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือนพร้อมประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสืบสวนขยายผล

           ในส่วนคดีที่2 จับกุมนายอภิสิทธิ์  ยงกุล หรือ พรภวิษย์ แซ่โล้ว หรือ เบส อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหลอกโอนเงินเช่าบ้านพักพูลวิลล่า ที่เจ้าของลงประกาศให้เช่าตามเว็ปไซต์ต่าง ๆ โดยที่ผู้ต้องหาจะติดต่อขอเป็นนายหน้าปล่อยเช่าบ้านพักให้กับเจ้าของบ้าน โดยคิดค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง 15 เปอร์เซ็นจากค่าเช่า ก่อนลงประกาศให้เช่าในเว็ปไซต์จองที่พักชื่อดัง  เมื่อผู้เสียหายติดต่อสอบถามบ้านพักมา  ก็จะเสนอบ้านพักหลังอื่นให้ในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งบ้านที่ตนไปถ่ายภาพ หรือเคยเข้าพักบ้านพักหลังมาก่อน แล้วนำมาหลอกเสนอให้เช่าแก่ผู้เสียหาย แต่ในกรณีที่ผู้เสียหายไม่สนใจ ตนก็จะให้เช่าบ้านตามที่ลูกค้าได้จองไว้ และมีโอนเงินค่ามัดจำประกันความเสียหายให้แก่ตนผ่านบัญชีส่วนตัวอีกทางหนึ่ง  เมื่อถึงเวลาส่งมอบบ้านพักคืน ก็จะใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝ่าฝืนระเบียบการเข้าพัก เพื่อริบเงินมัดจำของลูกค้ารวมมูลความเสียหายเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท ผู้เสียหายมากกว่า 30 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ ในความผิดฐาน โดยทุจริต หรือหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

           ส่วนคดีที่3 เป็นการจับกุมชาวเยอรมันลักทรัพย์ ด้วยเจ้าหน้าที่งานสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 2  กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1  ได้รับแจ้งจาก MR.HONG SEONGGU (สัญชาติเกาหลี)ผู้เสียหาย ว่ากระเป๋าเงินหาย บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมารีน่า ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  เจ้าหน้าที่งานสืบสวนฯ จึงได้สืบสวนติดตามข้อมูลจนพบว่า MR.TOGNETTO GINO (สัญชาติเยอรมัน)  ได้เก็บกระเป๋าเงินและลักเอาเงินภายในกระเป๋าของผู้เสียหายไปจำนวน 700,000 วอน (17,500 บาท)  เจ้าหน้าที่งานสืบสวนฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พร้อมเข้าจับกุมตัว MR.TOGNETTO GINO ผู้ต้องหาชาวเยอรมันในความผิดฐานลักทรัพย์

           คดีที่4 จับกุมชาวต่างชาติลักลอบเปิดบริษัททัวร์  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 สืบทราบว่าได้มีชาวต่างชาติลักลอบเปิดบริษัททัวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ชื่อบริษัท พริวิเลจ คาร์โก้ แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ 19/31 ซอยสุขุมวิท 13 แสงจันทร์ คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานครและจับกุมนางสาว ศดานันท์ เสี่ยงบุญ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทในข้อหา ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

           คดีที่5 เป็นการ จับกุมนายชาย กาตาวาล ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายกัญชาให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่งน้ำหนักรวมประมาณ 0.5 กิโลกรัม จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

           ส่วนคดีที่6 เป็นการจับกุมจับกุมนายเฟอร์แฮ็ท ฟลิสซี่ สัญชาติอิตตาลี่ Overstay 2,531 วัน ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2554 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว  ถูกดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ตนทำงานอยู่  มูลค่าความเสียหาย 2,000,000 บาท และระหว่างพิจารณาคดี ได้หลบหนีกระบวนพิจารณาไม่ไปศาล และไม่ต่อวีซ่า และจาการตรวจสอบปรากฏว่านายเฟอร์แฮ็ท ฟลิสซี่ ได้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลาเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตแล้วเป็นเวลาถึง 2,531 วัน  จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

           พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การระดมกลาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นนโยบายของรัฐบาลและของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และในเร็วนี้จะมีผู้นำประเทศสมาชิก  คณะผู้ติดตาม รวมถึงสื่อมวลชน จากต่างประเทศ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จำนวนมาก  ประกอบกับเป็นระยะเวลาเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวช่วงปลายปี และเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว  ส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดี รวมถึงการสืบสวนปราบปรามจับกุมเหล่ามิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบ นักท่องเที่ยว เข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย

Visitors: 51,665