สุดเจ๋ง!สาวพิจิตปลูกเบญจมาศหน้าแล้ง

สุดเจ๋ง!สาวพิจิตปลูก"เบญจมาศ"หน้าแล้งพื้นที่แค่2งานฟันรายได้1.5หมื่นต่อเดือน
เมื่อเร็วๆนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ เกษตรจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่แปลงปลูกดอกเบญจมาศ ของนางสาวน้ำอ้อย ยาประสิทธิ์ อายุ 41 ปี ปลูกอยู่ที่ หมู่ 3 ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ซึ่งปลูกดอกเบญจมาศ ในพื้นที่ 2 งาน เป็นการปลูกแบบไล่รุ่น เพื่อให้มีการตัดขายได้ตลอด โดยปลูกดอกเบญจมาศเนื่องจาก เป็นพืชใช้น้ำน้อย ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ปลูกข้าว จึงทดลองแบ่งพื้นที่มาปลูกไม้ดอก โดยเลือกดอกเบญจมาศ เนื่องจากราคาดี ซึ่งในจังหวัดพิจิตรยังมีเกษตรกรปลูกน้อย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดร้านขายดอกไม้ในจังหวัดพิจิตร โดยเริ่มปลูกช่วงระหว่างเดือน กรกฎาคม โดยการชำยอด ปลูกแบบยกร่องระยะห่างระหว่างร่อง 60 เซนติเมตร จะเริ่มตัดส่งขายได้ในช่วงเดือน ธันวาคม ถึง เดือนมีนาคม ซึ่งช่วงระหว่างเดือนดังกล่าวเป็นช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน เป็นต้น ทำให้ได้ราคาดี มีต้นทุนการผลิตประมาณ 5,000 บาท สำหรับด้านการตลาดมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน โดยแบ่งการการจำหน่ายเป็น “เบญจมาศ” ดอกเล็ก หรือที่เรียกว่า “มัม” จำหน่าย กิโลกรัมละ 80 บาท ตัดจำหน่ายประมาณสัปดาห์ละ 40 กิโลกรัม “เบญจมาศ” ดอกใหญ่ จำหน่าย ดอกละ 3 - 4 บาท ตัดจำหน่ายประมาณสัปดาห์ละ 400 ดอก ทำให้เกษตรกรรายนี้มีรายได้เฉลี่ยโดยเริ่มตั้งแต่การเก็บเกี่ยวประมาณเดือนละ 17,000 บาท ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 4 เดือน เกษตรกรจะมีรายได้ประมาณ 68,000 บาท ซึ่งนับว่าในพื้นที่ 2 งาน สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ
ทางด้านนายวีระชัย เข็มวงษ์ เกษตรจังหวัดพิจิตร ได้แนะนำเกษตรกรรายนี้เพิ่มเติมว่า หากเป็นไปได้ให้เปลี่ยนแปลงปลูกดอกเบญจมาศในรอบถัดไป เพื่อลดการเกิดโรคและแมลง ทั้งนี้ หากเกษตรกรท่านใดสนใจที่จะปลูก ดอกเบญจมาศ ต้องศึกษาเรื่องโรคและแมลง รวมถึงการดูแลก่อนปลูก และต้องศึกษาตลาดก่อนที่จะปลูก ซึ่งเกษตรกรรายนี้ได้ปลูกพืชทดแทนในพื้นที่ทำนาอีกหลายชนิดเช่น ปลูกดอกดาวเรือง ในพื้นที่ประมาณ 1 งาน โดยตัดจำหน่ายทุกวัน มีรายได้จากการปลูกดาวเรืองประมาณวันละ 500 -600 บาทต่อวัน และพื้นที่ที่เป็นที่นาได้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกด้วย นับว่าเกษตรกรรายนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้งนี้ เกษตรจังหวัดพิจิตรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า มีแนวทางที่จะให้เกษตรกรแปลงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะได้ทางเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลหาแนวทางส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกทางหนึ่งด้วย

Visitors: 61,543