จับแท็กซี่ป้ายดำขณะพาสองนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นรถส่วนตัว

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า เคยถูกแท็กซี่ป้ายดำชักชวนขึ้นรถและเรียกรับผลประโยชน์แพงเกินความเป็นจริงบางรายถูกปล่อยทิ้งระหว่างทาง บางรายถูกสับเปลี่ยนรถระหว่างทาง ซึ่งสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของประเทศไทย  จึงได้มีการเฝ้าระวังและจับกุมดำเนินคดขั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยในกับนักท่องเที่ยว

       ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณประตู 3 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับภาพชายต้องสงสัยสวมเสื้อสีดำกางเกงสีดำ มีพฤติกรรมคล้ายไกด์ผีและแท็กซี่ป้ายดำเรียกรับผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 2 คน หลังจากกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติกรรมต้องสงสัยชายรายนี้ได้จึงฝ่ายปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงร่วมกับเจ้าหน้าที่การท่าใช้กล้องติดตามพฤติกรรมจนกระทั่งพบว่าชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมชักชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมาจากอาคารผู้โดยสารจนแน่ใจว่ามีการพามาขึ้นรถส่วนตัวที่คาดว่าจะจอดรอด้านนอกอาคาร ซึ่งหลังจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานและทันทีที่ชายคนดังกล่าวพาสองนักท่องเที่ยวไปถึงรถส่วนตัวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมทั้งอธิบายให้กับนักท่องเที่ยวฟังในเรียกรถแท็กซี่สาธารณะในระบบ เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลักได้

     จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัว นาย ฉัตรชัย ถีระแก้ว  อายุ 34 ปี ไปทำความเข้าใจถึงข้อกฎหมายในเขตควบคุมพิเศษท่าอากาศยานสนามบินรวมถึงโทษของการบุกรุกสนามบินโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนจะเชิญตัวนายฉัตรชัย เข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        ด้านนาย กิตติพงศ์  กิตติขจร  รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฎิบัติการ 1 ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า การดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ สืบเนื่องมาจากเคยมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาก่อนว่าเคยถูกแท็กซี่ป้ายดำชักชวนขึ้นรถและเรียกรับผลประโยชน์แพงเกินความเป็นจริงบางรายถูกปล่อยทิ้งระหว่างทางบางรายถูกสับเปลี่ยนรถระหว่างทาง ซึ่งสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกทั้งยังส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของประเทศไทย  ตนเองจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการพิเศษเฝ้าระวังและจับกุมดำเนินคดขั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยในกับนักท่องเที่ยวหรือผู้มาใช้บริการภายในสนามบินมีความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากปล่อยให้มีกลุ่มคนหรือรถแท็กซี่ป้ายดำเข้ามาเรียกรับผู้โยสารนั้นนอกจากจะตรวจสอบไม่ได้และยังหวั่นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารอีกด้วย แต่หากมีการใช้บริการรถสารธารณะในระบบก็จะสามารถตรวจสบย้อนหลังและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาได้ในที่สุด จึงอยากฝากไปยังผู้ที่คิดเข้ามาเรียกรับผลประโยชน์ใดๆในสนามบินทั้งแท็กซี่ป้ายดำและไกด์เถื่อนขอให้หยุดและเลิกพฤติกรรมดังกล่าวทันทีหากตรวจสอบพบก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาบุกรุกทันที

        ทั้งนี้หากผู้โดยสารต้องการใช้บริการรถสาธารณะที่ทางสนามบินจัดไว้ให้บริการซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากพบเห็นกลุ่มคนหรือบุคคลต้องสงสัยขอให้รีบเจ้าหน้าที่รปภ.การท่าทันที

Visitors: 58,418