สองโจ๋ชิงทอง 4 บาทในร้านทองปากซอยวัดด่านสำโรง

 เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564  พ.ต.อ.วิชิต  บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้เดินทางเข้าตรวจที่ร้านทองห้างทองเยาวราชศรีนครินทร์ เลขที่ 552 / 1 หมู่ 5 ซอยวัดด่านสำโรงฝั่งถนนศรีนครินทร์ แยกย่อยปากซอยด่านสำโรง 4 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังจากเมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.25 น.ได้เกิดเหตุมีสองคนร้ายเข้าไปชิงทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทไปจำนวน 2 เส้น มูลค่ากว่า 1 แสน ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีมาขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อแบบผู้ชายตัวถังสีแดง เปลือกด้านหลังสีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะแต่งซิ่งเสียงดัง ที่มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นอีกคนหนึ่งสตาร์ทเครื่องจอดรออยู่ข้างร้านก่อนขี่หลบหนีออกถนนศรีนครินทร์ไป ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามปิดข่าวโดยสั่งเจ้าของร้านผู้เสียหายไม่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว    

     จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทราบว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นใส่เสื้อยึดแขนสั้นสีน้ำเงินใส่หมวกแก๊ปสีขาวใช่แมทผ้าสีขาวปิดปากและจมูก ได้ทำที่เข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ขณะที่พนักงานของร้านทองดังกล่าวได้หยิบสร้อยทองเส้นละ 2 บาทจำนวน 2 เส้นมาให้ชายคนดังกล่าวดู โดยคนร้ายทำทีดูสร้อยทั้ง 2 เส้นอยู่พักใหญ่สบโอกาสคนร้ายได้วิ่งชนประตูหนีออกนอกร้านก่อนที่จะไปขึ้นรถจักรยานยนต์แบบผู้ชายที่ใส่เสื้อยึดแขนสั้นสีดำใส่หมวกกันน๊อกแบบเต็มใบสีดำสตาร์ทเครื่องจอดรอยู่ข้างร้านก่อนขี่หลบหนีไปทางถนนศรีนครินทร์  

        ขณะเจ้าหน้าที่ได้ออกสอบถามพยานรอบข้างที่เกิดเหตุทราบว่าเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้คนร้ายทั้งสองได้ทำที่เข้ามาขอดูสร้อยข้อมือที่ร้านทองดำรงชัย  ซึ่งอยู่ห่างจากร้านที่เกิดเหตุวันนี้ประมาณ 50 เมตร โดยคนร้ายได้อ้างว่ามาขอดูลายสร้อยข้อมือเพื่อที่จะซื้อให้แฟนวันวาเลนไทน์ และจะมาซื้อในวันพรุ่งนี้  และในวันนี้ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายคนเดิมก็ได้เข้ามาขอดูสร้อยข้อมืออีก แต่ทางเจ้าของร้านเห็นท่าทางไม่น่าไว้วางใจ ได้บอกไปว่าวันนี้ไม่ขายที่เปิดร้านเอาไว้รับจำนำอย่างเดียว คนร้ายจึงได้เดินออกมาจากร้านก่อนที่จะเข้าไปก่อเหตุที่ร้านทองที่อยู่ถัดไป  

   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาอย่างดีมีการมาดูลาดเลาก่อนสบโอกาสในวันนี้จึงลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีเพื่อเป็นแนวทางในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

Visitors: 72,247